เมื่อภูเขาน้ำแข็งกำลังละลาย: ถอดบทเรียน Change Management ในยุค Digital Transformation

Latest Comments

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง
glacier, melts, climate, nature, cold, change, iceland, climate change, climate change, climate change, climate change, climate change, climate change

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน และแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ขยับตัว องค์กรและคนทำงานสายมาร์เก็ตติ้งจะปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่รอด?

ฉันได้พบกับหนังสือเล่มหนึ่งโดยบังเอิญ และรู้สึกชอบชื่อเรื่อง นั่นคือ “เมื่อทุกอย่างปกติดี ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง : Our Iceberg Is Melting” ของ John Kotter นิทานเพนกวินเล่มนี้ทำให้กลับมามองภาพสะท้อนในโลกธุรกิจและการตลาดที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ

ลองย้อนมองกลับไปไม่กี่ปีก่อน… หลายคนอาจจำชื่อ Weloveshopping ได้ในฐานะแพลตฟอร์ม E-commerce ยุคบุกเบิกของไทย ก่อนที่บริการจะยุติลงในปี 2566 เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการ “ขยับตัวเพื่อหาภูเขาน้ำแข็งลูกใหม่” เพราะCPเลือกที่จะยุติโมเดลเดิม แล้วหันไปโฟกัสการพัฒนาแอปพลิเคชันหลักอย่าง 7-Eleven TH (All Online) และ Makro PRO แทน เพื่อรวบรวมฐานลูกค้าเข้าสู่ระบบ Super App ที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์พฤติกรรมยุคใหม่ได้ลึกซึ้งกว่า

ในขณะที่สมรภูมิปัจจุบัน Shopee ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในไทย (ราว 75%) และสร้าง Ecosystem ที่ทำกำไรได้อย่างเป็นระบบ ทั้งจากการเก็บค่าธรรมเนียม, ระบบขนส่ง Shopee Express ไปจนถึง FinTech อย่าง SPaylater

แต่ในอีกด้าน TikTok Shop กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้ท้าชิงรายใหม่” ที่น่ากลัว

จุดแข็งสำคัญคืออัลกอริทึ่มที่สามารถผลักคลิปไปหาผู้ใช้งานรายใหม่ได้ทันที โดยที่ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้อง “Search” เหมือนแพลตฟอร์มเดิม

เมื่อรวมเข้ากับระบบ Affiliate ที่เปิดให้ครีเอเตอร์ปักตะกร้ารับค่าคอมมิชชัน การขายสินค้าจึงสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน หากคลิปนั้นกลายเป็นไวรัล

ทุกอย่างเหมือนจะดูดี ซื้อง่ายขายคล่อง… แต่สิ่งที่กำลังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตอนนี้คือ “การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม”

ความเปลี่ยนแปลงนี้กระทบทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จนเกิดพฤติกรรมใหม่ที่เราเห็นได้ชัดเจน:

  • ในมุมผู้บริโภค (Price Sensitive): ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น เช็คราคาข้ามแพลตฟอร์ม และตั้งตารอช้อปเฉพาะช่วงแคมเปญใหญ่ (Double Day / Mid-Month / Payday) เท่านั้น รวมถึงเริ่มหันไป “ซื้อตรงกับแบรนด์” ผ่าน Line OA, Facebook หรือ Website เพราะได้ราคาและสิทธิประโยชน์ที่ดีกว่า
  • ในมุมผู้ขาย: นอกจากปรับราคาสินค้าแล้ว แบรนด์ต่างๆ เริ่มใช้ E-commerce Platform เป็นเพียง “ประตูบานแรก” ในการหาลูกค้าใหม่ (Acquisition) แล้วพยายามดึงลูกค้าเหล่านั้นเข้าสู่ช่องทางตรงของแบรนด์ (Retention) เราจึงมักเห็นการ์ดขอบคุณพร้อม QR Code ชวนให้ Add Line เพื่อสะสมคะแนนหรือรับส่วนลดในตระกร้าสินค้าอยู่เสมอ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “ภูเขาน้ำแข็ง” ของโลก E-commerce มีการละลายและก่อตัวใหม่ตลอดเวลาในระยะเวลาอันสั้น

จากร้านขายวัสดุก่อสร้าง สู่ Omni-channel Solution: เคสจริงจาก SCG HOME

เมื่อพูดถึง SCG หลายคนคงนึกถึงองค์กรยักษ์ใหญ่ 100 ปีที่มีสินค้าคุณภาพสูง มั่นคง และปลอดภัย แม้ราคาจะสูงกว่าคู่แข่ง แต่ผู้บริโภคก็ยินดีจ่าย และในอีกมุมหนึ่ง SCG มีดิจิทัลแพลตฟอร์มและเว็บไซต์มากมายที่ดูเหมือนจะแข่งขันกันเอง แต่จริงๆ แล้วถูกออกแบบมาเพื่อ Serve กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ในฐานะทีมการตลาดของ SCG HOME โจทย์หลักของเราคือกลุ่มเจ้าของบ้านที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง มุ่งเน้นการขายสินค้าควบคู่กับโซลูชันและบริการติดตั้งแบบครบวงจร (End-to-End Service)

การจะพาร้านวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิม ทรานส์ฟอร์มสู่ “Omni-channel Home Solution Platform” จึงเป็นความท้าทายที่ต้องใช้หลัก Change Model ของ John Kotter เข้ามาขับเคลื่อนจริงในองค์กร:

วันที่ลูกค้าเริ่มค้นหาร้านวัสดุก่อสร้างผ่านมือถือ แทนการเดินเข้าหน้าร้าน นั่นคือสัญญาณแรกที่บอกว่า “ภูเขาน้ำแข็งลูกเดิมกำลังละลาย”

การขายวัสดุก่อสร้างแบบเดิมอาจยังอยู่ได้ในวันนี้ แต่ถ้าองค์กรยังมองตัวเองเป็นเพียง “คนขายปูนและกระเบื้อง” วันหนึ่งพื้นที่นี้ก็อาจถูกแทนที่โดยแพลตฟอร์มที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้เร็วกว่า

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยทีมใดทีมหนึ่งเพียงลำพัง องค์กรจึงเริ่มดึงคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจ Technology, Data และ Retail เข้ามาร่วมขับเคลื่อน พร้อมเชื่อมพันธมิตรอย่างบุญถาวรและ Q-CHANG เพื่อเติม ecosystem ให้แข็งแรงขึ้น

SCG HOME จึงค่อยๆ ปรับบทบาทจาก “ผู้ขายวัสดุก่อสร้าง” ไปสู่ “ผู้ให้บริการเรื่องบ้านครบวงจร” ผ่านโมเดล Omni-channel ที่เชื่อมโยงหน้าร้าน (Physical Store) เข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้ทุกที่ทุกเวลา

และสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง คือการสร้างความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่า “ร้านค้าออนไลน์ไม่ได้มาแย่งลูกค้าหน้าร้าน แต่มาเพื่อส่งเสริมและเติมเต็มซึ่งกันและกัน”

เพราะในโลกธุรกิจยุค 2026… “การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่การอยู่นิ่งๆ บนภูเขาน้ำแข็งที่กำลังละลายต่างหากที่อันตรายที่สุด”

Nanara P.

Comments are closed